ระบบนิเวศพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมพู

ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ระบบนิเวศพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมพู

          พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภู คือ พื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงสู่ลำห้วยชมภู ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตามระวางแผนที่มาตราส่วน 1:50000 WGS84 ระวางที่ 4947-IV มีต้นน้ำอยู่บริเวณแนวสันเขาดอยหลวงที่ลาดเทจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ อยู่ทางทิศลาดเทจากยอดเขาลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ต้นน้ำที่สูงที่สุดอยู่บริเวณความสูง 922 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พิกัดบนแผนที่ UTM 47Q 571802 ตะวันออก และ 2151733 เหนือ

          ลุ่มน้ำห้วยชมภูมีขอบเขตดังนี้
          ทิศเหนือ ติดต่อกับลุ่มน้ำห้วยโบสด
          ทิศใต้ ติดต่อกับลุ่มน้ำห้วยปูแกง
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับจุดบรรจบของลำน้ำห้วยชมภูกับลำน้ำห้วยปูแกง
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับสันเขาปันเขตตำบลม่วงคำกับตำบลป่าหุ่ง


ระบบนิเวศพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมพู

          พื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดเล็ก (Small Watershed) หมายถึง พื้นที่ล้อมรอบด้วยสันปันน้ำที่เป็นพื้นที่รับน้ำฝนของร่องน้ำสายหลักในพื้นที่ เป็นลุ่มน้ำย่อยของลุ่มน้ำอิงซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำห้วยชมภู ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลม่วงคำและตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตรวจสอบความยาวตลอดลำน้ำห้วยชมภูยาวประมาณ 9.82 กิโลเมตร กรมชลประทานได้มีการสร้างคลองส่งน้ำชลประทานตัดผ่านห้วยชมภูบริเวณรอยต่อระหว่างบ้านฝั่งตื้นกับบ้านร่องบอน จึงทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามหลักการแบ่งขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำ เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูตอนบนและตอนล่าง โดยพื้นที่ตอนบนครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำตั้งแต่บริเวณแนวสันเขาดอยหลวงตะวันออกมาจนถึงคลองชลประทานแบ่งเขตบ้านร่องบอนและบ้านฝั่งตื้น มีขนาดพื้นที่ประมาณ 8.17 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,106.25 ไร่ และพื้นที่ตอนล่างตั้งแต่เขตบ้านฝั่งตื้นไปจนถึงจุดบรรจบระหว่างห้วยชมภูกับห้วยปูแกงบริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านสันต้นผึ้ง มีขนาดพื้นที่ที่ไม่สามารถกำหนดได้เนื่องจากมีร่องระบายน้ำจากนาข้าวบริเวณดังกล่าวสลับซับซ้อนยากที่จะจำแนกขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูและลุ่มน้ำอื่นๆ บริเวณดังกล่าวได้ แต่สามารถกำหนดได้ว่าพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูตอนล่างคือพื้นที่รับน้ำจากห้วยชมภูตอนบน
          การศึกษาวิจัยนี้ ได้เลือกศึกษาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูตอนบน ซึ่งมีระบบนิเวศ 3 ระบบและมีชุมชนใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลุ่มน้ำ 3 ชุมชนคือ ชุมชนบ้านอิงดอย ชุมชนบ้านวังชมพู และชุมชนบ้านร่องบอนซึ่งมีกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นจนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประกอบกับเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ต้นน้ำเป็นป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งขวา และพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้เห็นบริบทของการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทั้งที่เป็นกิจกรรมโดยหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรชุมชนอย่างชัดเจน
           ลำน้ำห้วยชมภู มีทิศทางการไหลจากที่สูงลงสู่ที่ลุ่มต่ำ เมื่อพิจารณาจากแผนที่ฐานมาตราส่วน 1:50000 ของกรมแผนที่ทหารประกอบกับภาพถ่ายทางอากาศของกรมพัฒนาที่ดินปี พ.ศ. 2545 และภาพถ่ายดาวเทียมของกูเกิลเอิร์ธ ทำให้สามารถอธิบายลักษณะกายภาพของลุ่มน้ำห้วยชมภูได้ดังนี้ ลำน้ำห้วยชมภูมีจุดเริ่มต้นจากพื้นที่ป่าที่เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตั้งแต่เชิงเขาดอยหลวงทิศตะวันออกที่มีทิศลาดเทจากตะวันตกเฉียงใต้ไปสู่ตะวันออกเฉียงเหนือ ปรากฏจุดกำเนิดของแหล่งน้ำที่ไหลไปรวมกันเป็นห้วยชมภูถึง 13 จุด โดยเริ่มจากจุดสูงสุดบริเวณยอดดอยระดับความสูง 1,077 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พิกัด 571804 ตะวันออก กับ 2150929 เหนือ มีจุดกำเนิดแหล่งน้ำห้วยชมภูไปทางซ้าย 7 จุด และทางขวาอีก 6 จุด

          กำหนดจุดสูงสุดบริเวณยอดดอยระดับความสูง 1,077 เมตร ให้เป็นศูนย์กลางการกำหนดขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเพื่อศึกษาลักษณะรูปร่างของลุ่มน้ำ (Watershed shape) ได้ดังนี้
          1. แนวเขตฝั่งซ้าย เริ่มจากจุดศูนย์กลางไปทางซ้ายตามระดับความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางที่เป็นแนวสันเขาไปสิ้นสุดที่สันปันน้ำระหว่างลุ่มน้ำห้วยชมภูกับลุ่มน้ำห้วยโบสดจรดไปถึงยอดดอยช้างที่ระดับความสูง 863 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดหลั่นลงจากแนวลาดเทของดอยช้างไปถึงสุดทางขึ้นดอยช้างท้ายบ้านวังชมพูใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นแนวแบ่งเขตลุ่มน้ำห้วยชมภูกับลุ่มน้ำห้วยโบสดไปถึงทางสามแยกเข้าวัดศรีนพรัตน์ดอยแก้วจากนั้นลากแนวเขตขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของดอยจอมแจ้งที่ระดับความสูง 543 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และลากแนวเขตลงตามแนวลาดเทของสันเขาไปถึงชายทุ่งนาท้ายบ้านดงเจริญ ลาดแนวเขตผ่านทุ่งนาระหว่างบ้านดงเจริญกับบ้านร่องบอนไปถึงแนวตัดถนนชลประทานบริเวณสะพานเข้าบ้านดงเจริญและลากแนวเขตตามแนวคลองชลประทานมาจนถึงแนวตัดระหว่างคลองชลประทานกับลำน้ำห้วยชมภูที่พิกัด 575885 ตะวันออก กับ 2153800 เหนือ
           2. แนวเขตฝั่งขวา เริ่มจากจุดศูนย์กลางไปทางขวาตามระดับความสูงจากจุด 1,000 เมตร ไปถึงสันเขาที่เป็นแนวสันปันน้ำระหว่างห้วยชมภูกับห้วยปูแกง ลดหลั่นตามระดับความสูงลงมาตามแนวสันเขามาจรดยอดดอยสูง 668 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากนั้นลากแนวเขตลดหลั่นตามระดับความสูงของแนวสันเขาลงมาถึงทางสาธารณะที่พิกัด 574332 ตะวันออก กับ 2151151 เหนือ ลากแนวเขตตามระดับความสูงขึ้นไปหาจุดสูงสุดของยอดดอยผาปูน 586 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากนั้นลากแนวเขตลดหลั่นตามสันเขาดอยผาปูนทิศเหนือไปจรดเส้นทางสาธารณะบ้านอิงดอยบริเวณพิกัด 575146 ตะวันออกกับ 2152631 เหนือ จากนั้นลากแนวเขตตัดผ่านทุ่งนาท้ายบ้านร่องบอนไปตามแนวลำน้ำห้วยชมภูโดยกำหนดพื้นที่รับน้ำห้วยชมภูกับพื้นที่รับน้ำห้วยปูแกงไปสิ้นสุดแนวถนนคลองชลประทานตัดกับลำน้ำห้วยชมภู

          ลักษณะรูปร่างของลุ่มน้ำ (Watershed shape) จะมีอิทธิพลต่อการไหลของน้ำในล้ำน้ำ ตลอดจนน้ำไหลบ่าหน้าดิน การกักเก็บน้ำ การซึมน้ำและการสูญเสียน้ำ และมีผลต่อลักษณะการไหลสูงสุดของน้ำ (Peak flow) จากการกำหนดรูปร่างของลุ่มน้ำห้วยชมภูด้วยแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 มีรูปร่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular – shaped basin) โดยมีลักษณะทั่วไปเป็นรูปคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีลำน้ำสายหลัก (Main stream) ไม่ยาวมากนัก แต่จะมีลำน้ำสายย่อย (Stream-lets) สั้นๆ แจกจ่ายน้ำอยู่มาก ลำน้ำสายย่อยได้แจกจ่ายน้ำลงสู่ลำน้ำสายหลักโดยตรงในเวลาอันสั้นและน้ำไหลไม่ตลอดปี ทำให้มีอัตราน้ำไหลสูงสุดที่ปากลุ่มน้ำเกิดขึ้นได้ง่าย การกำหนดขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูรวมระยะทางตามขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูได้ 14.9 กิโลเมตร และครอบคลุมพื้นที่ 8.93 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5,581.25 ไร่
          ลำน้ำห้วยชมภูมีต้นกำเนิดของแหล่งน้ำอยู่บนภูเขาที่มียอดเขาสูงสุด 1,077 เมตร ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนลาดเทลงมาจากยอดดอยหลวงที่มีความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่มีความยาวของเทือกเขาตามแนวเหนือ-ใต้กว่า 70 กิโลเมตร และเป็นต้นกำเนิดของลุ่มน้ำขนาดเล็กจำนวนมากหล่อเลี้ยงทั้งแม่น้ำวังในพื้นที่จังหวัดลำปาง แม่น้ำอิงในพื้นที่จังหวัดพะเยา และแม่น้ำลาวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวงที่มีลักษณะภูมิประเทศครอบคลุมสังคมป่า 5 ประเภท คือ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง

          ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวทำให้ประมาณการเบื้องต้นได้ว่า ลำน้ำห้วยชมภูซึ่งเกิดจากภูมิประเทศลักษณะลาดชันเชิงซ้อนบริเวณกลุ่มภูเขาที่ยกตัวขึ้นทางทิศเหนือของเทือกเขาดอยหลวง ในความสูงตั้งแต่ 500 เมตร ถึง 1,077 เมตร มีกลุ่มภูเขาอย่างน้อย 4 แห่งล้อมรอบพื้นที่เป็นรูปเกือกม้า ที่มีสันเขาเชื่อมต่อยอดเขาแต่ละยอดเข้าด้วยกัน และบริเวณไหล่เขาแต่ละลูกที่ทอดตัวลาดเทจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ได้แก่ จากบริเวณยอดสูงสุด 1,077 เมตรมีทิศลาดเทสูงชันจากตะวันตกเฉียงใต้ไปตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณยอดดอยช้างมีทิศลาดเทจากเหนือลงใต้ และบริเวณยอดเขาที่ความสูง 668 และยอดดอยผาปูนมีทิศลาดเทจากทิศใต้ไปทิศเหนือ ได้ก่อให้เกิดหุบเขาบริเวณดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำต่างๆ ประกอบกับการกระทำของน้ำฝนที่พัดพากรวดหินดินทรายตามความเร็วของกระแสน้ำซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะท้องน้ำหรือภูมิประเทศที่แปรผันตามปริมาณน้ำและความเร็วกระแสน้ำในแต่ละช่วงเวลาก่อให้เกิดเป็นลำน้ำสาขาสั้นๆ หลายสายไหลรวมเป็นลำน้ำห้วยชมภูตั้งแต่เชิงเขาไปจนถึงปลายน้ำบริเวณท้ายบ้านฝั่งตื้น ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


ภาพ แผนที่แสดงลักษณะกายภาพลุ่มน้ำห้วยชมภู อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ระบบนิเวศพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมพู

          อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ได้กำหนดการใช้คำศัพท์คำว่า “ระบบนิเวศ” หมายถึงระบบอันซับซ้อนซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ประกอบด้วยชุมนุมประชากรพืช สัตว์ และจุลินทรีย์กับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีชีวิตซึ่งอยู่รวมกันแบบมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน รวมกันเป็นหน่วยที่มีบทบาทหน้าที่ (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม, 2543) ซึ่งการกำหนดระบบนิเวศจะต้องปะกอบด้วยประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น (Odum, 1963) คือ
          1) หน่วยพื้นที่ หมายถึง อาณาบริเวณที่เด่นชัด
          2) สังคมของสิ่งมีชีวิต หมายถึง องค์ประกอบหรือโครงสร้างทั้งหมดที่อยู่ในหน่วยพื้นที่นั้นๆ ทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึ้นก็ได้
          3) การทำหน้าที่ร่วมกันขององค์ประกอบ หมายถึง องค์ประกอบทั้งหลายในระบบนิเวศต่างก็มีบทบาทและหน้าที่ของตนเอง จึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่จะอยู่ร่วมกันกับสิ่งต่างๆ ได้ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ สุดท้ายก็จะแสดงเอกลักษณ์ของระบบนั้นๆ
          การอนุรักษ์ความหลากหยายทางชีวภาพตามความมุ่งหมายของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ จึงเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศและแหล่งที่อยู่อาศัยในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และตะหนักถึงการพึ่งพาอาศัยอย่างใกล้ชิดของชุมชนพื้นเมืองและท้องถิ่นตามขนบธรรมเนียมประเพณี (CBD) ดังนั้นการจัดระบบนิเวศพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยหลวงที่วางตัวแนวเหนือใต้ของกลุ่มเทือกเขาผีปันน้ำเป็นสันปันน้ำให้น้ำแก่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำโขง โดยมียอดดอยหลวงเป็นจุดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จึงมีหลายระบบนิเวศตามนิยามความหมายและการกำหนดด้วยองค์ประกอบของระบบนิเวศ พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูจึงกำหนดออกเป็น 3 ระบบนิเวศหลักดังนี้
          (1) ระบบนิเวศภูเขา (Mountain Ecosystem) เป็นระบบนิเวศพื้นที่ภูเขาตามแนวสันปันน้ำของกลุ่มดอยช้างโอบล้อมพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยพูทั้งทางทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศเป็นพื้นที่สูงมีความลาดชันสลับซับซ้อน ทั้งนี้หากนำแผนที่ชุดดินของกรมพัฒนาที่ดินมาพิจารณาประกอบ จึงกำหนดพื้นที่ที่มีความลาดชันตั้งแต่ 35% ขึ้นไป เป็นพื้นที่ภูเขาที่มีการกระจายตัวของพรรณไม้ตามชนิดป่าบนภูเขาตามระดับความสูงของพื้นที่ ซึ่งในแต่ละประเภทป่าจะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าบางชนิด จึงได้มีการกำหนดให้สำรวจพรรณไม้และสัตว์ป่าในระบบนิเวศภูเขาของพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภู โดยจะมีการนำเสนอรายละเอียดของกระบวนการและขั้นตอนการสำรวจศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อไป
          (2) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) เป็นระบบนิเวศป่าบก (Terrestrial Ecosystem) ที่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายที่มาอาศัยอยู่ร่วมกันและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ต่อสิ่งมีชีวิตด้วยกันเองในหลายรูปแบบและมีระบบนิเวศย่อยที่สำคัญในพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูเป็นพื้นที่ขนาดเล็กมีชนิดของป่าย่อยๆ ต่อเนื่องกันในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตระหว่างระบบนิเวศได้ จึงได้มีการกำหนดให้สำรวจพรรณไม้และสัตว์ป่าในระบบนิเวศป่าไม้ของพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภู


ภาพ แผนที่ระบบนิเวศภูเขาและระบบนิเวศป่าไม้ในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภู อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
          (3) ระบบนิเวศเกษตร (Agriculture Ecosystem) เป็นระบบการผลิตพืช สัตว์ ประมง และป่าไม้ที่มนุษย์ได้กระทำให้เกิดขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยการดำรงชีวิต สภาพสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนมนุษย์ที่มีการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาใช้และก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งระบบ การผสมผสานของปัจจัยหลายประการมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม การจัดการระบบฟาร์มเกษตร การจัดการศัตรูพืชและการจัดการโรคแมลงโดยกระบวนการและวิธีการของชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูอาจเป็นกระบวนการรบกวนระบบนิเวศโดยรวมของพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยชมภูได้ จากการสำรวจระบบนิเวศเกษตรของลุ่มน้ำห้วยชมภูเป็นดังนี้

ภาพ แผนที่แสดงลักษณะระบบนิเวศเกษตรลุ่มน้ำห้วยชมภู อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ระบบนิเวศของลุ่มน้ำห้วยชมพูมีการจัดเรียงองค์ประกอบกันดังนี้




CRRU Biodiversity © 2018    |   สถาบันความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและอาเซียน